กฎ ระเบียบ ข้อบังคับต่างๆของชมรม
ระเบียบข้อบังคับชมรม
ข้อตกลงระหว่างธนาคารสมาชิกชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่ [ เพิ่มเติม ]
ระเบียบข้อบังคับ
- ข้อ 1 ชมรมนี้ให้ชื่อว่า "ชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่" เรียกชื่อย่อว่า “ ชธช ” และมีชื่อเป็นภาษาอังกฤษว่า "Chiangmai Bankers Club" และคำว่า "ชมรม"ให้หมายความว่า "ชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่" และคำว่า "สมาชิก" ให้หมายความว่า "สมาชิกชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่"
- ข้อ 2 สำนักงานของชมรมธนาคารตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่
|
|

|
- ข้อ 3 ชมรมมีตราเครื่องหมาย ดังนี้ สจจํ หมายถึง สัจจะ ความจริง ความแท้ สามคคี หมายถึง ความสามัคคี ความกลมเกลียว ความพร้อมเพรียงกัน ความปรองดองกัน การตกลง และการประชุม จาโค หมายถึง การสละหรือการให้ เพื่อบำรุงการกุศล
|
- ข้อ 4 วัตถุประสงค์ของชมรมธนาคารมีดังต่อไปนี้
- เพื่อการเสริมสร้างความสามัคคีธรรมในหมู่สมาชิกให้เกิดไมตรีจิตมิตรภาพและความเข้าใจที่ดีระหว่างกัน
- เพื่อเป็นสื่อกลางของบรรดาธนาคารทั้งหลายที่จะให้ความช่วยเหลือซึ่งกันและกัน
- เพื่อเป็นการกระตุ้นเตือนและส่งเสริมในการรักษามาตรฐานจารีตประเพณีของธนาคาร
- เพื่อรายงานความเคลื่อนไหวในวงการธนาคาร , การค้า
- เพื่อส่งเสริมและเผยแพร่วิชาการทั้งหลายอันเกี่ยวกับธนาคาร ธุรกิจการเงินและการคลังในด้านทฤษฎีและปฏิบัติ
- เพื่อส่งเสริมให้เกิดความสนใจถึงการให้ความช่วยเหลืออย่างจริงจังต่อเนื่องแก่สาธารณกิจและสังคมท้องถิ่นตลอดจน ประพฤติตนเป็นพลเมืองดีของประเทศชาติ
- เพื่อให้การช่วยเหลือตามทำนองครองธรรมแก่มวลสมาชิกที่ประสบเคราะห์กรรมหรือได้รับความเดือดร้อน
- เพื่อให้ความร่วมมือกับสมาคมธนาคารไทย และธนาคารแห่งประเทศไทย
- เพื่อส่งเสริมให้มีการประชุม และการแสดงความคิดเห็นอย่างเปิดเผยในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับวงการธนาคาร ธุรกิจ การเงิน การคลัง รวมถึงเรื่องที่เป็นประโยชน์ต่อสาธารณะทั้งนี้จะต้องไม่เป็นการขัดกับนโยบายและการบริหารราชการของรัฐบาล และไม่เกี่ยวข้อง ฝักใฝ่กับการเมือง ศาสนา หรือลัทธินิยมใด ๆ
|
- ข้อ 5 สมาชิกของชมรมธนาคารมี 3 ประเภท คือ
5.1 สมาชิกกิตติมศักดิ์ 5.2 สมาชิกวิสามัญ 5.3 สมาชิกสามัญ - ข้อ 6 สมาชิกกิตติมศักดิ์ ได้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สำนักงานภาคเหนือ
- ข้อ 7 สมาชิกวิสามัญ ได้แก่ สำนักงานภาค สำนักงานเขต สำนักงานอื่นที่ทำหน้าที่บริหารสาขาของธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์ของรัฐบาล ธนาคารของรัฐ และธนาคารที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นเฉพาะ ซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเขตจังหวัดเชียงใหม่
- ข้อ 8 สมาชิกสามัญ ได้แก่ สาขา สาขาย่อย ของธนาคารพาณิชย์ ธนาคารพาณิชย์ของรัฐบาล ธนาคารของรัฐและธนาคารที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้น โดยเฉพาะซึ่งมีสำนักงานอยู่ในเขตจังหวัดเชียงใหม่
- ข้อ 9 ผู้แทนของสมาชิกต้องประกอบด้วยคุณสมบัติ ดังนี้
9.1 เป็นผู้บริหารสูงสุดของสมาชิก หรือผู้ที่ผู้บริหารสูงสุดของสมาชิกมอบหมาย 9.2 ต้องดำรงตำแหน่งตามข้อ 9.1 ในปัจจุบัน
|
หมวด ๕ การสมัครเข้าเป็นสมาชิก
- ข้อ 10 ธนาคารใดจะสมัครเข้าเป็นสมาชิกของชมรมธนาคาร ให้ผู้แทนของผู้สมัครเป็นสมาชิกยื่นหนังสือแจ้งความประสงค์ต่อประธานชมรม
|
หมวด ๖ สิทธิ หน้าที่ของสมาชิกและผู้แทนสมาชิก
- ข้อ 11 สมาชิกสามัญและสมาชิกกิตติมศักดิ์ต้องเสียค่าบำรุงสมาชิก ตามข้อตกลงของที่ประชุมใหญ่
- ข้อ 12 ผู้แทนสมาชิกมีสิทธิประดับเครื่องหมายของชมรม
- ข้อ 13 สมาชิกมีสิทธิเป็นสมาชิกของสำนักหักบัญชีเชียงใหม่ - ลำพูน และมีสิทธิได้รับประโยชน์ต่าง ๆ ตามวัตถุประสงค์ของชมรม
- ข้อ 14 ผู้แทนสมาชิกมีสิทธิที่จะเสนอความคิดเห็นอันเป็นประโยชน์ต่อกิจกรรมของชมรม
- ข้อ 15 ผู้แทนสมาชิกมีสิทธิที่จะคัดค้านหรือสนับสนุนกิจกรรมของชมรม เพื่อให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์
- ข้อ 16 ผู้แทนสมาชิกมีสิทธิที่จะได้รับเลือกเป็นกรรมการของชมรม
- ข้อ 17 สมาชิกมีสิทธิส่งผู้แทนเข้าประชุมในที่ประชุมใหญ่ และผู้แทนสมาชิกสามัญเท่านั้นมีสิทธิที่จะออกเสียงในที่ประชุม และธนาคารสมาชิก 1 สาขา มีสิทธิออกเสียงได้เพียง 1 เสียงเท่านั้น เว้นแต่กรณีผู้แทนสมาชิกวิสามัญเป็นประธานในที่ประชุมนั้น ๆ และจำเป็นต้องออกเสียงชี้ขาดให้มีสิทธิ ออกเสียงได้ 1 เสียง
- ข้อ 18 ผู้แทนสมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่าครึ่งหนึ่งของผู้แทนสมาชิกทั้งหมด หรือผู้แทนสมาชิกวิสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวน ธนาคารสมาชิกทั้งหมด มีสิทธิเข้าชื่อร่วมกันทำหนังสือร้องขอต่อคณะกรรมการบริหารชมรมให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญ โดยในหนังสือร้องขอ ต้องระบุวัตถุประสงค์ว่าให้เรียกประชุมเพื่อการใด
- ข้อ 19 ฐานะของผู้แทนธนาคารย่อมสิ้นสุดลงเมื่อ
19.1 ลาออก 19.2 ถึงแก่กรรม 19.3 ได้รับคำสั่งย้ายไปปฏิบัติหน้าที่อื่น 19.4 มีความเสียหายหรือเหตุอื่นใดที่คณะกรรมการบริหารพิจารณาให้ออกด้วยคะแนน 2 ใน 3 ของจำนวนคณะกรรมการบริหารทั้งหมด - ข้อ 20 เมื่อฐานะผู้แทนธนาคารใดสิ้นสุดลง ให้ผู้มารับตำแหน่งใหม่เข้าดำรงฐานะผู้แทนธนาคารผู้ที่ออกไป โดยทำเป็นหนังสือแจ้งให้นาย ทะเบียนทราบ
|
หมวด ๗ การขาดจากสมาชิกภาพ
- ข้อ 21 สมาชิกภาพย่อมสิ้นสุดลงเมื่อ
21.1 ยื่นหนังสือขอลาออกจากสมาชิกภาพ 21.2 เลิกการประกอบธุรกิจหรือถูกยุบกิจการ 21.3 ถูกควบกิจการหรือรวมกิจการ 21.4 ถูกถอนชื่อออกจากทะเบียน - ข้อ 22 สมาชิกที่ประสงค์จะลาออก ให้ยื่นหนังสือลาออกต่อประธานชมรมและต้องชำระเงินค่าบำรุงและหนี้สินอื่น ๆ ถ้ามีค้างชำระอยู่ในขณะนั้น ให้เสร็จสิ้นก่อน
- ข้อ 23 สมาชิกที่ค้างชำระค่าบำรุงหรือหนี้สินอื่น ๆ แก่ชมรมตั้งแต่ 3 เดือนขึ้นไป เมื่อได้ถูกทวงถามเป็นหนังสือแล้วไม่น้อยกว่า 2 ครั้งไม่จัดการ ชำระให้เสร็จสิ้นภายใน 2 เดือน นับจากถูกทวงถามครั้งสุดท้าย คณะกรรมการบริหารมีอำนาจพิจารณาสั่งถอนชื่อสมาชิกออกจากทะเบียน
- ข้อ 24 เมื่อมีสมาชิกขาดจากสมาชิกภาพ ให้นายทะเบียนจำหน่ายชื่อออกจากทะเบียนและประกาศให้สมาชิกทราบ ณ สำนักงานของชมรม
|
หมวด ๘ คณะกรรมการบริหารชมรม
- ข้อ 25 ให้มีคณะกรรมการบริหารชมรม เพื่อดำเนินตามวัตถุประสงค์ของชมรมอันประกอบด้วย ประธานชมรมธนาคารซึ่งที่ประชุมใหญ่สามัญ ประจำปีที่ครบกำหนดเลือกตั้งใหม่เลือกตั้งจากผู้แทนสมาชิกประเภทวิสามัญหรือสามัญ 1คน แล้วให้ประธานชมรมแต่งตั้งผู้แทนสมาชิกเป็น คณะกรรมการบริหารตามสัดส่วนของธนาคาร สมาชิกที่มีสาขาจำนวน 10 สาขาขึ้นไป สามารถแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการได้จำนวน 2 คนและ ธนาคารสมาชิกที่มีจำนวน สาขาน้อยกว่า 10 สาขา สามารถแต่งตั้งเป็นคณะกรรมการได้จำนวน 1 คน ภายใน 15 วัน นับแต่ได้รับเลือกตั้ง
- ข้อ 26 กรรมการบริหารที่ประธานชมรมแต่งตั้งต้องประกอบด้วย ผู้แทนจากธนาคารสมาชิก และต้องไม่เกินกว่า 2 คนต่อธนาคาร
- ข้อ 27 ให้ประธานชมรม มีหน้าที่รับผิดชอบในงานทั่วไปของชมรม เป็นประธานในการประชุม เป็นผู้ลงนามแทนชมรม
- ข้อ 28 ให้ประธานชมรมแต่งตั้งคณะกรรมการบริหาร ตามตำแหน่ง ดังนี้
28.1 รองประธาน ไม่เกิน 3 คน มีหน้าที่ช่วยเหลือและทำการแทนประธานชมรมในขณะที่ตำแหน่งว่างลง หรือประธานชมรมไม่สามารถปฏิบัติ หน้าที่ได้ 28.2 เลขาธิการ มีหน้าที่รับผิดชอบการปฏิบัติงานให้เป็นไปตามระเบียบข้อบังคับ มติที่ประชุม คำ สั่งของประธานเตรียมระเบียบวาระการ ประชุมจดและรักษารายงานการประชุม ร่างจดหมายติดต่อ เก็บประวัติและหลักฐานการดำเนินงานของชมรม และให้มีหน้าที่รับผิดชอบ ปฏิบัติงาน ซึ่งยังมิได้จัดให้เป็นหน้าที่ของผู้ใดโดยเฉพาะ 28.3 เหรัญญิก มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเงิน การบัญชีและทรัพย์สินของชมรม 28.4 ประชาสัมพันธ์ มีหน้าที่รับผิดชอบเกี่ยวกับการเผยแพร่ข่าวสารของชมรมและโฆษณากิจกรรมที่ชมรมจัดขึ้น 28.5 นายทะเบียน มีหน้าที่ลงทะเบียนและจำหน่ายสมาชิก ปรับปรุง ติดตามรายชื่อผู้แทนสมาชิก ชื่อที่ตั้งของสมาชิกให้ถูกต้อง จัดพิมพ์ ทะเบียนแจกจ่ายให้สมาชิก เพื่อความสะดวกแก่การติดต่องาน 28.6 ปฏิคม มีหน้าที่รับผิดชอบในการต้อนรับ ผู้แทนสมาชิก ผู้รับเชิญของชมรม ควบคุมดูแลจัดสถานที่ และอำนวยการจัดงานของชมรม ผู้ช่วยตำแหน่งหน้าที่เลขาธิการ เหรัญญิก ประชาสัมพันธ์ นายทะเบียน และปฏิคม ไม่เกิน5 คนกรรมการที่เหลือให้เป็นกรรมการกลาง - ข้อ 29 ให้ผู้แทนสมาชิกกิตติมศักดิ์เป็นที่ปรึกษาของชมรม และคณะกรรมการบริหารพิจารณาเชิญประธานชมรมที่ครบวาระแล้ว ผู้แทนสมาชิก วิสามัญหรือผู้ทรงคุณวุฒิเป็นที่ปรึกษาของชมรมได้อีกตามที่เห็นสมควร
- ข้อ 30 ประธานชมรม กรรมการบริหารชมรม ที่ปรึกษา อยู่ในตำแหน่งวาระละ 2 ปี เมื่อเลือกตั้งประธานชมรมและแต่งตั้งกรรมการบริหารและ ที่ปรึกษาขึ้นใหม่ ให้ประธานชมรมและกรรมการบริหารชุดเก่ามอบงานให้เสร็จสิ้นภายใน 15 วัน นับแต่วันเลือกตั้งประธานชมรมคนใหม่
- ข้อ 31 คณะกรรมการบริหารมีสิทธิที่จะแต่งตั้ง พนักงานของสมาชิกเป็นอนุกรรมการ เพื่อเป็นผู้ช่วยเหลือกิจกรรมด้านใดด้านหนึ่งของชมรมได้ ตามที่เห็นสมควร
- ข้อ 32 คณะกรรมการบริหารมีหน้าที่วางระเบียบการดำเนินงานสำหรับกิจการของชมรมโดยไม่ขัดต่อข้อบังคับนี้
- ข้อ 33 กรรมการบริหารพ้นจากตำแหน่งเฉพาะตัว คือ
33.1 ลาออก 33.2 ถึงแก่กรรม 33.3 ออกตามวาระ 33.4 ขาดจากฐานะผู้แทนธนาคารตามข้อ 19 - ข้อ 34 ประธานชมรมพ้นจากตำแหน่ง คือ เหตุตามข้อ 33 โดยมติของที่ประชุมใหญ่เห็นควรให้พ้นจากตำแหน่ง
- ข้อ 35 เมื่อประธานชมรมพ้นจากตำแหน่งด้วยเหตุตามข้อ 34 ให้คณะกรรมการบริหารอื่น ๆ ทุกตำแหน่งสิ้นสุดไปพร้อมกันด้วย โดยให้ประธาน ชมรม และหรือ คณะกรรมการชุดเก่ายังคงรักษาการเป็นการชั่วคราว จนกว่าประธานชมรม และ คณะกรรมการชุดใหม่จะเข้ารับมอบหน้าที่ ปฏิบัติต่อไปจนครบวาระ เว้นแต่ประธานชมรมพ้นจากตำแหน่งก่อนครบวาระและระยะเวลาดำรงตำแหน่งของคณะกรรมการบริหารเหลืออยู่ ไม่ถึง 6 เดือน ให้คณะกรรมการบริหารดังกล่าวยังคงบริหารงานของชมรมต่อไป จนครบวาระ โดยให้คณะกรรมการบริหารเลือกรองประธาน ชมรมคนใดคนหนึ่งรักษาการแทนประธานชมรมโดยให้อยู่ในตำแหน่งได้เท่ากับเวลาที่เหลืออยู่ของประธานชมรมคนเดิม
- ข้อ 36 ให้มีการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมอย่างน้อย ไตรมาสละ 1 ครั้ง และต้องมีกรรมการเข้าร่วมประชุมอย่างน้อยครึ่งหนึ่งของคณะ กรรมการบริหารจึงเป็นองค์ประชุมได้ถ้าไม่ครบองค์ประชุมให้มีการนัดประชุมใหม่ ในการประชุมใหม่นี้กรรมการมาประชุมเท่าใดก็ตามให้ ถือเป็นองค์ประชุมได้ในการประชุมคณะกรรมการบริหารชมรม ถ้าประธานไม่มาให้รองประธานคนที่ 1 ที่ 2 และที่ 3 ตามลำดับ ทำหน้าที่ ประธานในที่ประชุมแทน ถ้าในกรณีที่ทั้งประธานและรองประธานไม่ได้เข้าประชุมก็ให้เลือกตั้งกรรมการคนใดคนหนึ่งเป็นประธานที่ประชุม คราวนั้น
- ข้อ 37 การลงมติในคณะกรรมการการบริหารชมรมให้ถือเสียงข้างมากเป็นเกณฑ์ ถ้าคะแนนเสียงเท่ากัน ให้ประธานที่ประชุมมีสิทธิออกเสียงชี้ ขาดได้อีกเสียงหนึ่ง
- ข้อ 38 ห้ามมิให้ผู้แทนสมาชิกวิสามัญหรือสามัญเป็นประธานชมรมติดต่อกันเกินกว่า 2 วาระ
|
- ข้อ 39 ให้มีการประชุมใหญ่สมัยสามัญอย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง ในเดือนมกราคม โดยมีประธานชมรมหรือรองประธานเป็นประธาน ที่ประชุม โดยทำหนังสือแจ้งล่วงหน้าไม่น้อยกว่า 15 วัน
- ข้อ 40 การประชุมใหญ่สามัญประจำปี ต้องมีผู้แทนสมาชิกสามัญเข้าประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิก และไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของ จำนวนธนาคารสมาชิก จึงนับว่าเป็นองค์ประชุมได้ ถ้าในวันนัดเมื่อล่วงเวลานัดแล้ว 1 ชั่วโมง มีผู้แทนสมาชิกสามัญไม่ครบองค์ประชุมให้ ประกาศกำหนดนัดประชุมใหญ่อีกครั้งห่างจากวันนัดประชุมครั้งแรก 15 วัน และในวันนัดประชุมใหญ่ครั้งที่สองนี้ มีผู้แทนสมาชิกสามัญมา ประชุมไม่ครบจำนวนดังกล่าวข้างต้น ก็ให้ถือว่าเป็นองค์ประชุมได้
- ข้อ 41 มติของที่ประชุมใหญ่ให้ถือตามเสียงข้างมาก ยกเว้นการลงมติตามข้อ 34.2 และข้อ 45 คะแนนเสียงต้องไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนผู้ ที่เข้าประชุม หากคะแนนเสียงเท่ากันให้ประธานที่ประชุมเป็นผู้ชี้ขาด
- ข้อ 42 ให้คณะกรรมการบริหารชมรมจัดทำรายงานประจำปี รวมเรื่องราวกิจการงานที่ผ่านมา บัญชีรายรับ บัญชีรายจ่าย และงบดุล เสนอต่อที่ประชุมใหญ่สามัญประจำปี ทั้งนี้ ต้องจัดทำให้แล้วเสร็จก่อนวันประชุมไม่น้อยกว่า 10 วัน เพื่อให้สมาชิกตรวจดูได้
- ข้อ 43 การประชุมใหญ่วิสามัญจะจัดให้มีขึ้น โดยเมื่อประธานชมรมเห็นควรให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญ หรือเมื่อผู้แทนสมาชิกสามัญหรือผู้แทน สมาชิกวิสามัญยื่นหนังสือตามข้อ 18 เรียกประชุม หรือเมื่อคณะกรรมการบริหารชมรมไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 เข้าชื่อร่วมกันทำหนังสือร้องขอต่อ ประธานชมรมให้เรียกประชุมใหญ่วิสามัญโดยในหนังสือร้องขอต้องระบุวัตถุประสงค์ว่า ให้เรียกประชุมเพื่อการใดในกรณีประธานชมรมต้อง จัดให้มีการประชุมใหญ่ วิสามัญภายใน 20 วันนับแต่วันที่ได้รับหนังสือหากประธานชมรมไม่ยอมจัดให้มีการประชุมให้คณะกรรมการบริหาร ชมรมหรือผู้แทนสมาชิกสามัญหรือผู้แทนสมาชิกวิสามัญที่ทำหนังสือร้องขอจัดให้มีการประชุมใหญ่วิสามัญได้
- ข้อ 44 การประชุมใหญ่วิสามัญต้องมีผู้แทนสมาชิกสามัญเข้าประชุมไม่น้อยกว่า 1 ใน 3 ของจำนวนสมาชิกและไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวน ธนาคารสมาชิก จึงนับว่าเป็นองค์ประชุมได้ ถ้าในวันนัดประชุมเมื่อเวลาได้ล่วงเลยกำหนดแล้ว 1 ชั่วโมง มีผู้แทนสมาชิกมาประชุมไม่ครบ องค์ประชุมให้เลิกประชุมนั้นโดยไม่ต้องให้มีการนัดประชุมใหม่อีก ประธานในที่ประชุมวิสามัญให้ประธานหรือรองประธานชมรม และใน กรณีที่ประธานหรือรองประธานชมรมไม่อยู่ในที่ประชุม ให้ที่ประชุมเลือกตัวผู้แทนสมาชิกสามัญที่เข้าประชุมขึ้นเป็นประธานในที่ประชุม
|
หมวด ๑๐ การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับ
- ข้อ 45 การแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับของชมรมจะทำได้โดย
45.1 คณะกรรมการบริหารชมรมจำนวน 2 ใน 3 ของคณะกรรมการบริหารชมรมมีมติขอแก้ไขเพิ่มเติม หรือ 45.2 ผู้แทนสมาชิกสามัญจำนวนไม่น้อยกว่า2ใน3ของจำนวนธนาคารสมาชิกขึ้นไปได้ยื่นร่างแก้ไขข้อบังคับโดยเปิดเผยต่อคณะกรรมการ บริหาร และ คณะกรรมการบริหารชมรมมีมติขอแก้ไขเพิ่มเติมให้เลขาธิการชมรมประกาศแก้ไขเพิ่มเติมข้อบังคับไว้โดยเปิดเผย ณ สำนัก งานของชมรมและแจ้งให้สมาชิกทราบไม่น้อยกว่า 15 วัน ก่อนวันประชุมใหญ่โดยให้ที่ประชุมใหญ่พิจารณารับรองโดยการลงมติ
|
หมวด ๑๑ การเงินบัญชีและธุรการ
- ข้อ 46 คณะกรรมการบริหารชมรมมีหน้าที่รับและจ่ายเงิน เก็บรักษาเงิน รักษาสมุดบัญชี เอกสาร และทรัพย์สินของชมรม โดยจัดทำสมุดทะเบียน ขึ้นตามสมควรและมีอำนาจหน้าที่ว่าจ้างให้บุคคลภายนอก ทำหน้าที่ทางด้านการเงิน บัญชี ธุรการของชมรม และสำนักหักบัญชีได้ตามสมควร
- ข้อ 47 คณะกรรมการบริหารชมรมต้องส่งรายงานงบการเงินของชมรมให้แก่สมาชิกทุก ๆ สิ้นไตรมาส
- ข้อ 48 เงินทุกประเภทของชมรมและ / หรือสำนักหักบัญชี ต้องฝากไว้ในธนาคารของสมาชิกที่คณะกรรมการบริหารชมรมเห็นชอบ โดยให้เหรัญญิก เป็นผู้เก็บรักษาสมุดคู่ฝากและเช็คไว้ และประธานชมรมจะเก็บรักษาเงินสดไว้สำหรับเป็นเงินทดรองจ่ายได้ไม่เกิน 10,000 บาท ( หนึ่งหมื่นบาทถ้วน )
- ข้อ 49 การสั่งจ่ายเงินในธนาคารของชมรมต้องให้ประธานหรือรองประธานคนใดคนหนึ่งลงนามร่วมกับเหรัญญิกพร้อมกับประทับตราของชมรมจึง จะเบิกถอนเงินได้
- ข้อ 50 ประธานชมรมมีอำนาจสั่งจ่ายเงินสำหรับค่าใช้จ่ายสำนักงาน ค่าใช่จ่ายพนักงาน ตามปกติได้ตามจำนวนที่จ่ายจริง สำหรับค่าใช้จ่ายในการ บริหาร ค่าใช้จ่ายจากการจัดกิจกรรม - โครงการ และค่าใช้จ่ายกิจกรรมสาธารณกุศล มีอำนาจอนุมัติได้ครั้งละไม่เกิน 10,000 บาท (หนึ่งหมื่น บาทถ้วน) หากเกินจำนวนดังกล่าวแต่ไม่เกิน 50,000 บาท ( ห้าหมื่นบาทถ้วน ) ต้องได้รับอนุมัติจากคณะกรรมการบริหารชมรมก่อน ในกรณี ที่มีความจำเป็นเร่งด่วน ประธานชมรม รองประธาน เหรัญญิก และเลขาธิการ รวมไม่น้อยกว่า 5 คน สามารถอนุมัติไปก่อนได้ไม่เกิน50,000 บาท ( ห้าหมื่นบาทถ้วน ) แล้วแจ้งให้ที่ประชุมคณะกรรมการรับทราบ ในกรณีที่เกิน 50,000.00 บาท ( ห้าหมื่นบาทถ้วน ) ต้องได้รับอนุมัติ จากที่ประชุมใหญ่ก่อน
|
- ข้อ 51 ถ้ามีเหตุใดเหตุหนึ่ง ชมรมนี้อาจเลิกได้โดยมติของสมาชิกที่ประชุมใหญ่ ด้วยคะแนนเสียงไม่น้อยกว่า 3 ใน 4 ของจำนวนผู้แทนสมาชิก สามัญและธนาคารทั้งหมด
- ข้อ 52 เมื่อชมรมนี้เลิก ให้ทรัพย์สินของชมรมที่เหลืออยู่หลังจากการชำระบัญชีให้เป็นไปตามมติของที่ประชุมใหญ่
|
- ข้อ 53 การปฏิบัติการใด ๆ ที่ชมรมหรือคณะกรรมการบริหารชมรมได้กระทำไว้ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งชมรมนี้จนถึงปัจจุบันให้ถือว่าสมบูรณ์ทุกประการ และเมื่อได้ประกาศใช้ข้อบังคับนี้แล้ว ให้ชมรมถือปฏิบัติตามข้อบังคับนี้นับตั้งแต่วันประกาศเป็นต้นไป
|
โดยมติอนุมัติที่ประชุมคณะกรรมการบริหารชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่ ครั้งที่ 1/2548 เมื่อวันที่ 10 กุมภาพันธ์ 2548 และโดยความเห็นชอบจากสมาชิกชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่ ไม่น้อยกว่า 2 ใน 3 ของจำนวนธนาคารสมาชิก ให้ยกเลิกข้อบังคับชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่ ฉบับประกาศใช้ ณ วันที่ 18 มิถุนายน 2544 และให้ใช้ "ข้อบังคับชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่"ฉบับนี้แทน ประกาศ ณ วันที่ 18 สิงหาคม 2548
|

|
( นายวารินทร์ เขื่อนข่าย) ประธานชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่ |