ระเบียบการสำนักหักบัญชีเชียงใหม่ – ลำพูน

ระเบียบการอันเกี่ยวเนื่องกับบัญชี

หมวด 1 บททั่วไป
          ธนาคารพาณิชย์และธนาคารอื่นในจังหวัดเชียงใหม่ และจังหวัดลำพูน ด้วยความร่วมมือและสนับสนุนของธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคเหนือ ได้ร่วมกันจัดตั้ง “ สำนักหักบัญชีเชียงใหม่ – ลำพูน ” ขึ้น เพื่อดำเนินการตามระบบการหักบัญชีระหว่างธนาคาร คือ เป็นแหล่งกลางในการแลกเปลี่ยน “ เช็ค ”ระหว่างธนาคารที่เข้าเป็นสมาชิกแห่งระบบการหักบัญชีนี้ เพื่อทำการหักกลบลบหนี้อันจักพึงเกิดขึ้นในการแลกเปลี่ยนนี้และชำระหรือเรียกเก็บ หนี้อันเป็นยอดคงเหลือภายหลังจากที่ได้หักกลบลบหนี้กันแล้ว โดยวิธีนำเงินเข้าบัญชี หรือหักบัญชีของสำนักงานใหญ่ธนาคารเดียวกันที่มีอยู่ ณธนาคาร แห่งประเทศไทย สำนักงานใหญ่ เพื่อให้การหักบัญชีระหว่างธนาคารเป็นไปโดยเรียบร้อยและเหมาะสมแก่ภาวการณ์ปัจจุบัน ธนาคารสมาชิกด้วยความ เห็นชอบของธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคเหนือ จึงเห็นสมควรดำเนินการดังต่อไปนี้
          ข้อ 1 ให้ยกเลิก “ ระเบียบการหักบัญชี ระหว่างธนาคารจังหวัดเชียงใหม่ ฉบับลงวันที่ 17 สิงหาคม พ.ศ. 2527 ” และยกเลิก “ ระเบียบการหักบัญชีระหว่าง ธนาคาร จังหวัดลำพูน ” ฉบับลงวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2528 ” และฉบับที่แก้ไขเพิ่มเติมเสียทั้งสิ้น และให้ใช้ระเบียบนี้แทน
          ข้อ 2 ในระเบียบนี้“ ธนาคารสมาชิก ” หมายความว่า สำนักงานใหญ่ หรือสำนักงานสาขาของธนาคารพาณิชย์หรือของธนาคารที่มีกฎหมายจัดตั้งขึ้นโดย เฉพาะซึ่งมีสำนักงานตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ หรือจังหวัดลำพูน หรือจังหวัดใกล้เคียง และเข้าเป็นสมาชิกตามระเบียบนี้เช็ค ” หมายความว่า เช็คดร๊าฟต์ ตั๋วแลกเงิน ตั๋วสัญญาใช้เงิน ตราสารอื่นใดที่สั่งให้ธนาคารสมาชิกจ่ายเงินเมื่อทวงถาม ใบรับเช็คคืน ใบแจ้งการแก้ไขคลาดเคลื่อน และเอกสารเรียกเก็บ และชำระเงินอื่น“ สำนักหักบัญชี ” หมายความว่า สำนักหักบัญชีที่ดำเนินงานหักบัญชีเช็คระหว่างธนาคารสมาชิก “ ดุลการ หักบัญชี ” หมายความว่าดุลสุทธิด้านลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ที่คำนวณจากเช็คส่งออก ( out-clearing) และเช็ครับเข้า (in-clearing)
           ข้อ 3 ธนาคารสมาชิกเป็นผู้จัดหาสถานที่ บุคลากร และอุปกรณ์เครื่องใช้ต่าง ๆ ที่สำนักหักบัญชี โดยธนาคารสมาชิกทุกธนาคารช่วยกันออกค่าใช้จ่าย ต่าง ๆเฉลี่ยธนาคารละเท่า ๆ กัน
           ข้อ 4 สำนักหักบัญชีจะต้องมีผู้จัดการสำนักหักบัญชีให้ธนาคารสมาชิกเลือกผู้จัดการสำนักหักบัญชี โดยถือคะแนนเสียงข้างมาก และมีวาระอยู่ในตำ- แห น่งคราวละไม่เกิน 2 ปีให้ผู้จัดการสำนักหักบัญชีเป็นพนักงานหักบัญชีโดยตำแหน่งหรือจะมอบหมายให้ พนักงานธนาคารสมาชิกซึ่งมีตำแหน่ง เทียบเท่าสมุห์บัญชีหรือผู้มีอำนาจลงนามหรือเจ้าหน้าที่ธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคเหนือ ดำเนินการแทนก็ได้
           ข้อ 5 ธนาคารสมาชิกแห่งระเบียบการหักบัญชีนี้ จะไม่ทำการแลกเปลี่ยนเช็คเพื่อหักบัญชีระหว่างกันเอง ณ ที่อื่นใดนอกจากที่สำนักหักบัญชีเชียงใหม่ –ลำพูน เว้นแต่เป็นสมาชิกสำนักหักบัญชีอื่นด้วย
           ข้อ 6 ในการดำเนินการหักบัญชีนั้น ให้เป็นที่เข้าใจและตกลงในบรรดาธนาคารสมาชิกทุกธนาคารว่า พนักงานหักบัญชีหรือผู้ซึ่งได้รับมอบหมายไม่ ต้องรับผิดชอบในความเสียหายใด ๆ ที่เกิดจากการแลกเปลี่ยนเช็ค หรือความบกพร่องที่เกิดจากเช็คที่นำมาแลกเปลี่ยน
หมวด 2 สมาชิก
           ข้อ 7 การสมัครเข้าเป็นสมาชิกสำนักหักบัญชีเชียงใหม่ – ลำพูน ให้ทำหนังสือยื่นต่อ ผู้จัดการสำนักหักบัญชีธนาคารใดที่เป็นสมาชิกสำนักหักบัญชีตามวรรคแรก สามารถสมัครเป็นสมาชิกสำนักหักบัญชีอื่นได้
           ข้อ 8 ธนาคารสมาชิกใดประสงค์จะออกจากการเป็นสมาชิก ให้แจ้งเป็นหนังสือต่อผู้จัดการสำนักหักบัญชีล่วงหน้า เป็นเวลาไม่น้อยกว่าหนึ่งเดือน ผู้จัดการสำนักหักบัญชีจะแจ้งให้ธนาคารสมาชิกอื่น ๆ ทราบทันทีเมื่อพ้นกำหนดเวลาหนึ่งเดือนนับจากวันที่ในหนังสื ดังกล่าวธนาคารนั้น เป็นอันขาดจากการเป็นสมาชิก
           ข้อ 9 ให้ธนาคารสมาชิกพ้นจากการเป็นสมาชิกในกรณีที่ธนาคารนั้น ไม่สามารถชำระดุลลูกหนี้การหักบัญชี หยุดทำการจ่ายเงิน หรือปิดทำการด้วยเหตุใด ๆ จงใจไม่ส่งผู้แทนไปประจำ ณ สำนักหักบัญชีเชียงใหม่ –ลำพูนตามเวลาที่กำหนดเว้นแต่มีเหตุอันถือได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยซึ่งธนาคาร สมาชิกอื่นร่วมกันวินิจฉัยชี้ขาดว่ามีเหตุอันควรให้ได้รับการยกเว้น
           ข้อ10 ให้ผู้จัดการสำนักหักบัญชีแจ้งให้ธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคเหนือ ทราบก่อนมีการเปลี่ยนแปลง ดังต่อไปนี้ สถานที่ทำการสำนักหักบัญชี ผู้จัดการสำนักหักบัญชี พนักงานหักบัญชีพร้อมตัวอย่างลายมือชื่อ ธนาคารสมาชิก ระเบียบของสำนักหักบัญชีเชียงใหม่ – ลำพูน
หมวด 3 ผู้แทนธนาคาร
          ข้อ 11 ให้ธนาคารสมาชิกกำหนดสำนักงานใดสำนักงานหนึ่งของธนาคารตนเป็นสาขาหลัก หรือแต่งตั้งธนาคารอื่นเป็นธนาคารตัวแทน และแต่งตั้ง พนักงาน จากสาขาหรือธนาคารดังกล่าวเป็นผู้แทนธนาคารประจำสำนักหักบัญชีเชียงใหม่ – ลำพูนโดนส่งรายชื่อและตัวอย่างลายมือชื่อผู้แทน ธนาคารดังกล่าวให้สำนักหักบัญชีล่วงหน้าทุกคราว
          ข้อ 12 ผู้แทนธนาคารสมาชิกประจำสำนักหักบัญชีเชียงใหม่ – ลำพูน ต้องเป็นผู้ที่ได้รับมอบหมายจากธนาคารสมาชิกในการแลกเปลี่ยน เช็คลงนาม ในเอกสารประกอบการแลกเปลี่ยนเช็ค และแก้ไขรายการดุลการหักบัญชีแทนธนาคารหรือ ทำการอื่นใดเกี่ยวกับการหักบัญชีได้ทุกประการ และให้ อยู่ประจำที่สำนักหักบัญชีเชียงใหม่–ลำพูนจนกว่าการหักบัญชีจะแล้วเสร็จ ธนาคารสมาชิกต้องรับผิดชอบโดยบริบูรณ์ในการกระทำ ของผู้แทน ธนาคารตน อันเกี่ยวกับการหัก บัญชี และผู้แทนธนาคารต้องปฏิบัติตามคำสั่งของพนักงานหักบัญชี
หมวด 4 วิธีการแลคเปลี่ยนเช็ค
           ข้อ 13 ให้มีการแลกเปลี่ยนเช็คเพื่อการหักบัญชีระหว่างธนาคารในวันทำการธนาคาร เวลา 13.00 น. ตามวิธีการดังต่อไปนี้
                    - ให้ธนาคารสมาชิกขีดคร่อมเฉพาะในนามของธนาคารตนบนเช็คทุกฉบับที่นำมาแลก เปลี่ยนและให้ธนาคารที่รับ   เช็คตรวจสอบการ ขีดคร่อมดังกล่าว
                    - การนำส่งเช็คของธนาคารสมาชิก ให้แยกเช็คเป็นมัดตามสาขาหลักธนาคารผู้จ่ายและจัดทำใบนำส่งเช็คและรายการ ประกอบเช็ค ปะหน้า เช็คทุกมัดแล้วส่งให้สาขาหลักของตนรวบรวม
                    - การนำส่งเช็คของผู้แทนธนาคาร ให้รวบรวมเช็คที่ได้รับจากทุกสาขาธนาคารตนตามข้อ 13 (2) และตรวจสอบความถูกต้องในใบนำ ส่ง เช็คและ รายการประกอบเช็คกับตัวเช็คพร้อมทั้งจัดทำใบนำส่งเช็คและสรุปใบนำส่งเช็ค พร้อมด้วยคู่ฉบับของสรุปใบนำส่งเช็คดัง กล่าวปะหน้า เช็คทุกมัดแล้วส่งไปเพื่อแลกเปลี่ยนที่สำนักหักบัญชี
                    - ให้ผู้แทนธนาคารที่ได้รับเช็คแลกเปลี่ยนลงนามในคู่ฉบับสรุปใบนำส่งเช็ค แล้วส่งคืนคู่ฉบับให้แก่ผู้แทนธนาคารที่นำส่ง
                    - การคำนวณดุลการหักบัญชี และการจัดทำงบพิสูจน์การหักบัญชีให้พนักงานหักบัญชีเป็นผู้ดำเนินการ และแจ้งดุลการหักบัญชีตามงบ พิสูจน์การหักบัญชีให้ผู้แทนธนาคารเพื่อตรวจสอบความถูกต้องเมื่อปรากฏว่าผลการหักบัญชีถูกต้อง ให้พนักงานหักบัญชีรับรองยอด เงินที่แต่ ละธนาคารเป็นลูกหนี้หรือเจ้าหนี้ แล้วดำเนินการชำระดุลการหักบัญชีธนาคารต่อไป
หมวด 5 การชำระดุลการหักบัญชี
           ข้อ 14 ใน การชำระดุลการหักบัญชี ให้พนักงานหักบัญชีหรือผู้ที่ได้รับมอบหมายส่งงบพิสูจน์การหักบัญชีแก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคเหนือภายในเวลา 15.00 น. ธนาคารแห่งประเทศไทย จะดำเนินการชำระดุลการหักบัญชีที่สำนักงานใหญ่ ในวันที่มีการแลกเปลี่ยนเช็ควิธีปฏิบัติและกำหนดเวลาให้ถือปฏิบัติตาม ระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทยว่าด้วยการชำระดุล การหักบัญชีระหว่างธนาคารของสำนักหักบัญชีนอกเขตกรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2539 และที่จะแก้ไขเปลี่ยนแปลงต่อไป
           ข้อ 15 หาก ปรากฏว่าบัญชีเงินฝากของธนาคารใด มียอดคงเหลือไม่พอให้หักบัญชีตาม ข้อ 14 ธนาคารนั้นจะต้องดำเนินการนำเงินเข้าบัญชีให้เพียงพอภายในเวลาที่กำหนด
หมวด 6 การคืนเช็ค
            ข้อ 16 การ คืนเช็คของวันทำการใด ให้นำมาทำการแลกเปลี่ยนเพื่อการหักบัญชีที่สำนักหักบัญชีเชียงใหม่ – ลำพูน ภายในเวลา 9.00 น. ของวันทำการถัดไปธนาคารผู้ส่งเช็คคืนที่อยู่อำเภอห่างไกลและไม่สามารถส่งตัว เช็คจริง ให้ส่งภาพถ่ายเช็คคืนตามแบบที่กำหนดทางสายสื่อสารให้สาขาหลักเพื่อนำมาแลก เปลี่ยนภายในเวลาที่กำหนดตามวรรคแรกได้ ตัวเช็คคืนให้ส่งมอบแก่กันในรอบการหักบัญชีปกติ เช็คที่ไม่ได้แจ้งคืนตามกำหนดเวลาในวรรคแรก ให้ถือเป็นเช็คที่ได้รับชำระเงิน และธนาคารผู้รับเช็คคืนอาจไม่ยอมรับเช็คนั้นจากธนาคารผู้ส่งเช็คคืนก็ได้
             ข้อ 17 การแลกเปลี่ยนเช็คคืน ให้ธนาคารผู้ส่งเช็คคืนจัดทำใบนำส่งเช็คคืน ใบรับเช็คคืน และใบคืนเช็คแจ้งเหตุผลการคืน พร้อมทั้งคัดแยกเช็ค คืน หรือภาพถ่ายเช็คคืนตามสาขาหลักของธนาคารผู้รับเช็คคืน ให้ธนาคารสมาชิกสาขาหลักรวบรวม ใบรับเช็คคืนและใบคืนเช็คตามวรรค แรกพร้อม ทั้งจัดทำใบนำส่งและสรุปใบนำส่งเช็คคืนพร้อมด้วยคู่ฉบับปะหน้าเช็คคืนทุกมัด แล้วส่งไปเพื่อแลกเปลี่ยนที่สำนักหักบัญชี เชียงใหม่-ลำพูน ให้ผู้แทนธนาคารที่ได้รับแลกเปลี่ยนเช็คคืน ลงนามในคู่ฉบับสรุปใบนำส่งเช็คคืนแล้วส่งมอบคู่ฉบับ ให้ผู้แทนธนาคารที่ นำส่ง เพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน กรณีของสาขาห่างไกล เช็คคืนที่ส่งตามมาในรอบการหักบัญชีปกติ ให้ผู้แทนธนาคารผู้ส่งเช็คคืนนำใบส่งเช็ค คืนของสาขาห่างไกลนั้นปะหน้าเช็คคืน และส่งให้ผู้แทนธนาคารผู้รับเช็คคืนลงนามเพื่อเก็บไว้เป็นหลักฐาน
             ข้อ 18 การคำนวณดุลการหักบัญชีเช็คคืน และการจัดทำงบพิสูจน์การหักบัญชีเช็คคืน ให้พนักงานหักบัญชีเป็นผู้ดำเนินการและ แจ้งดุลการหัก บัญชีเช็คคืนตามงบพิสูจน์การหักบัญชีเช็คคืน เพื่อให้ผู้แทนธนาคารตรวจสอบความถูกต้อง เมื่อปรากฏว่าผลการหักบัญชีเช็คคืนถูกต้องให้ พนักงานหักบัญชีรับรองยอดเงินที่แต่ละธนาคารเป็นลูกหนี้และเจ้าหนี้ และแจ้งให้ผู้แทนธนาคารทราบภายในรอบการแลกเปลี่ยนเช็คคืน แล้วนำไปรวมกับดุลการหักบัญชีในรอบการหักบัญชีปกติเพื่อชำระดุลการหักบัญชีในวันนั้น
             ข้อ 19 ให้ พนักงานหักบัญชีรวบรวมรายการจำนวนเช็ค และจำนวนเงินตามเช็คที่คืนด้วย เหตุผลเงินในบัญชีไม่พอจ่าย โปรดติดต่อผู้สั่งจ่ายยังไม่มี การตกลงกับธนาคารบัญชีปิดแล้ว และสั่งจ่ายจากจำนวนที่มีตราสารรอเรียกเก็บเงินอยู่ แล้วแจ้งให้ธนาคารสมาชิกและสำนักงานใหญ่ของ ธนาคารนั้น ๆ ทราบเดือนละครั้ง เพื่อธนาคารสมาชิกจะได้ดำเนินการให้การออกเช็คที่ต้องคืนด้วยเหตุผลดังกล่าว ลดน้อยลงจนหมดสิ้นไป
             ข้อ 20 ถ้าเช็คที่ต้องส่งคืนเนื่องจากการหักบัญชีของวันทำการใดเป็นเช็คที่สั่งจ่ายจากบัญชีเดียวกัน มีจำนวนเงินตั้งแต่ 1 ล้านบาทขึ้นไป และเป็น เช็คที่คืนด้วยเหตุผลอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ เป็นเช็คที่อยู่ในข่ายที่ธนาคารไม่จ่ายเงินตามมาตรา 991 หรือมาตรา 992 แห่งประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์ เป็นเช็คที่ปิดบัญชีแล้ว หรือไม่มีบัญชี เป็นเช็คปลอม หรือลายมือชื่อผู้สั่งจ่ายเป็นลายมือปลอม เป็นเช็คลงวันที่ล่วงหน้า เมื่อธนาคารผู้ส่งเช็คคืนด้วยความยินยอมของธนาคารผู้รับเช็คคืนร้องขอเป็น หนังสือต่อพนักงานหักบัญชีและพนักงานหักบัญชีเห็นสมควร ให้มีการคืนเช็คนั้นได้ก็ให้ทำการแก้ไขดุลการหักบัญชีได้ ทั้งนี้ ต้องส่งมอบเช็คคืนภายในเวลา 15.00 น. ของวันทำการเดียวกัน
หมวด 7 ค่าบำรุงและค่าปรับ
              ข้อ 21 ธนาคาร ที่เป็นสมาชิก ต้องเสียค่าใช้จ่ายในการดำเนินงาน ของสำนักหักบัญชีให้แก่สำนักหักบัญชีเชียงใหม่ – ลำพูน โดยชมรมธนาคาร จังหวัดเชียงใหม่และชมรมธนาคารจังหวัดลำพูน จะต้องสำรองจ่ายเงินไว้ในอัตราส่วนตามจำนวนธนาคารสมาชิกในแต่ละจังหวัด และตาม จำนวนเงินที่ชมรมธนาคารทั้ง 2 จังหวัดจะร่วมกันกำหนด แล้วให้ชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่นำไปจ่ายค่าใช้จ่ายของสำนักหักบัญชี เชียงใหม่ – ลำพูน และทุกสิ้นเดือนให้ชมรมธนาคารจังหวัดลำพูนตามจำนวนธนาคารสมาชิกในแต่ละ จังหวัดในอัตราธนาคารสมาชิกละเท่า ๆ กัน ภายในวันที่ 10 ของเดือนถัดไป ในกรณีที่ค่าใช้จ่ายของสำนักหักบัญชีสูงกว่าจำนวนเงินสำรองจ่าย ให้ชมรมธนาคารจังหวัดเชียงใหม่ และชมรมธนาคารจังหวัดลำพูนจ่ายเงินสำรองเพิ่มให้เพียงพอกับค่าใช้จ่ายที่ เกิดขึ้นในแต่ละเดือน เพื่อให้สามารถดำเนินการตามวรรคแรก ได้
             ข้อ 22 ผู้แทนธนาคารใด จัดทำ หรือส่งข้อมูลผิดพลาดจนเป็นเหตุให้ พนักงานหักบัญชีไม่สามารถจัดทำงบพิสูจน์การหักบัญชีได้ ซึ่งธนาคารสมาชิกนั้นไม่ สามารถ แก้ไขข้อผิดพลาดภายใน 15 นาที นับแต่พนักงานหักบัญชีแจ้งให้ทราบ สำนักหักบัญชีเชียงใหม่ – ลำพูน จะปรับธนาคาร นั้นครั้งละ 200 บาท มาประจำที่สำนักหักบัญชีหรือส่งเช็คล่าช้ากว่าเวลาที่กำหนดไว้ในข้อ 13 และข้อ 16 แห่งระเบียบนี้สำนักหักบัญชีเชียงใหม่ – ลำพูน จะปรับธนาคารนั้น ดังนี้ช้าเกิน 10 นาที แต่ไม่เกิน 20นาที ครั้งละ 200 บาทช้าเกิน 20 นาที แต่ไม่เกิน 30 นาที ครั้งละ 400 บาท และสำนักหักบัญชีจะไม่รับเช็คและข้อมูลของธนาคารสมาชิดนั้น ธนาคารสมาชิกนั้นจะต้องนำมาหักบัญชีในวันทำการถัดไปวันแต่ ทีเหตุอันถือได้ว่าเป็นเหตุสุดวิสัยซึ่ง(ผู้จัดการสำนักหักบัญชีวินิจฉัยแล้วว่ามีเหตุอันควรให้ได้รับการยกเว้น(3) กระทำการใด ๆ อันเป็นการฝ่าฝืนต่อระเบียบนี้ หรอต่อกฎข้อบังคับใด ๆ ของสำนักหักบัญชีเชียงใหม่-ลำพูน สำนักหักบัญชี จะปรับธนาคารนั้นครั้งละ 200 บาท
             ข้อ 23 เงินค่าปรับต่าง ๆที่ระบุไว้ในหมวดนี้ ให้ผู้จัดการสำนักหักบัญชีนำไปใช้จ่ายเพื่อประโยชน์ของสำนักงานหักบัญชี และมีบัญชีรับจ่ายเป็น หลักฐาน
หมวด 8 บทเบ็ดเตล็ด
             ข้อ 24 การแก้ไขจำนวนเงินที่คลาดเคลื่อนภายหลังวันที่มีการลาเปลี่ยนเช็ค ให้ธนาคารสมาชิกผู้เสียหายจัดทำใบแจ้งการแก้ไขคลาดเคลื่อนตาม แบบที่กำหนด และนำเข้าหักบัญชีในรอบการหักบัญชีปาติในวันที่แจ้งการแก้ไขนั้น ทั้งนี้ การดำเนินการดังกล่าวต้องกระทำภายใน 30 วัน นับแต่วันที่เกิดความคลาดเคลื่อน กรณีการแก้ไขคลาดเคลื่อนที่มีจำนวนเงินตั้งแต่ 3 ล้านบาทขึ้นไปและธนาคารสมาชิกผู้เสียหายมีความ ประสงค์ จะขอแก้ไขคุลการหักบัญชีภายในวันที่มีการแลกเปลี่ยนเช็ค ให้คู่กรณีจัดทำหนังสือขอแก้ไขคลาดเคลื่อนตามแบบที่กำหนดพร้อม ลงนามในหนังสือดังกล่าวและส่งให้แก่ ธนาคารแห่งประเทศไทย สาขาภาคเหนือ ทางโทรสาน ภายในเวลา 15.30 น.
            ข้อ 25 กรณี ที่ธนาคารผู้นำส่งเช็คเรียกเก็บเงินเกินกว่าจำนวนที่ระบุในเช็คที่ส่งเข้ามา แลกเปลี่ยน เป็นเงินรวมตั้งแต่ 500 , 000 บาทขึ้นไป ซึ่งได้ ้มีการร้องขอให้แก้ไข ต่อสำนักหักบัญชีในวันถัดจากวันหักบัญช ีหรือหลังจากนั้นธนาคารผู้จ่ายอาจเรียกค่าเสียหายสำหรับจำนวนเงินที่เรียก เก็บเกินดัง กล่าวตามอัตราค่าตอบแทนที่กำหนดตามระเบียบธนาคารแห่งประเทศไทย ว่าด้วยการซื้อขายพันธบัตร กับสถาบันการเงินโดยม สัญญาว่าผู้ขายจะซื้อคืนในขณะนั้น โดยคิดตั้งแต่วันที่ขำระดุลนั้น
            ข้อ 26 เพื่อ ความเป็นระเบียบเรียบร้อยในการดำเนินงานหักบัญชีและความปลอดภัยของสำนักหัก บัญชีเชียงใหม่-ลำพูน ให้ผู้จัดการสำนักหักบัญชี มีอำนาจที่จะตรากฎหรือข้อบังคบภายใจของสำนักหักบัญชีขึ้นบังคบให้ได้เท่าที่ ไม่ขัดกับระเบียบนี้
            ข้อ 27 ถ้ามีปัญหาใด ๆ เกี่ยวกับการตีความระเบียบนี้ ให้ธนาคารสมาชิกที่เป็นสาขาหลักร่วมกันวินิจฉัยชี้ขาด หากเป็นกฎหรือข้อบังคับภายในสำนัก หักบัญชีให้พนักงานหักบัญชีเป็นผู้ชี้ขาด
            ข้อ 28 ธนาคารที่เป็นสมาชิกอยู่แล้วตามระเบียบหักบัญชีระหว่างธนาคารจังหวัดลำพูนฉบับลงวันที่ 16 มกราคม พ.ศ. 2528 หรือที่ขอสมัครเข้าเป็น สมาชิกใหม่และได้รับความยินยอมให้เป็นสมาชิกได้แล้ว ให้ถือว่าได้ตกลงยินยอมผูกพันและปฏิบัติตามระเบียบการหักบัญชีนี้ ตลอดจนกฎ และข้อบังคับภายในที่สำนักบัญชีเชียงใหม่-ลำพูนได้กำหนดขึ้นใช้
            ข้อ 29 เช็คซึ่งธนาคารผู้เรียกเก็บ และธนาคารผู้จ่ายมีสำนักงานตั้งอยู่ในจังหวัดเชียงใหม่ หรือจังหวัดลำพูนแต่ผ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองฝ่ายไม่ได้ เข้าเป็นสมาชิกของสำนักหักบัญชีจังหวัดให้ส่งเช็คนั้นเรียกเก็บจากธนาคารผู้จ่าย เพื่อแจ้งผลและจ่ายเงินภายใจ 5 วันทำการ

ทั้งนี้ ให้มีผลบังคับใช้ตั้งแต่วันที่ 7 พฤศจิกายน 2540 เป็นต้นไป